วันอังคารที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ควรรู้เรื่องการจัดไฟแนนซ์รถยนต์


 ไฟแนนซ์  ไฟแนนซ์รถมือสอง / สินเชื่อ เช่าซื้อรถ คือ การ ที่มีการซื้อขายรถยนต์  โดยที่ผู้ซื้ออาจมีเงินดาวน์บางส่วนให้แก่ผู้ขาย  ส่วนที่เหลือทำเรื่องกู้ บริษัทไฟแนนซ์  โดยผ่อนชำระเป็นงวดพร้อมดอกเบี้ยให้แก่บริษัทไฟแนนซ์  จนกว่าจะผ่อนครบ ระหว่างนี้กรรมสิทธิ์ จะเป็นของบริษัท ไฟแนนซ์ โดย ผู้ซื้อทำสัญญาเช่าซื้อจากบริษัท ไฟแนนซ์ โดยหลังจากผ่อนงวดสุดท้ายแล้วกรรมสิทธิ์จึงจะตกเป็นของผู้ซื้อ


กรณีใดบ้างที่สามารถจัดไฟแนนซ์ได้ ?
 กรณีที่สามารถจัดไฟแนนซ์ได้           
  • รถป้ายแดงที่ถอยจากโชว์รูม
  • รถซื้อจากเต้นท์ จำหน่ายรถยนต์มือ 2
  • รถซื้อขายกันเองกับเพื่อน, คนรู้จัก หรือ บุคคลอื่น
  • รถ ที่ตนเองเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์อยู่แล้วต้องการนำมากู้ เพื่อเพิ่มสภาพคล่อง โดยเจ้าของรถยังสามารถใช้รถได้ หรือ ต้องการนำเงินไปลงทุนธุรกิจ  (รีไฟแนนซ์) ยอดกู้ได้ประมาณ 70% ของราคาซื้อขาย ณ ปัจจุบัน
  • รถ ที่ผ่อนอยู่กับไฟแนนซ์อื่น แต่ยังไม่ครบกำหนดสัญญา ต้องการย้ายไฟแนนซ์เพื่อยืดระยะเวลาให้ผ่อนน้อยลง และยังมีเงินเหลือเพื่อเพิ่มสภาพคล่องตนเองได้ (รีไฟแนนซ์) ยอดกู้ได้ประมาณ 70% ของราคาซื้อขาย ณ ปัจจุบัน

  • ธีการคำนวณค่างวดไฟแนนซ์/ เช่าซื้อ
    หากราคารถอยู่ที่  500,000 บาท ผู้ซื้อมีเงินดาวน์  20% คือ 100,000 บาท ที่เหลือกู้ไฟแนนซ์ 400,000  บาท 
         -  ดอกเบี้ย 5 %  ต่อปี
        -  จำนวน  48  เดือน

    ค่างวดก่อนภาษีมูลค่าเพิ่มจะเท่ากับ ((400,000 X 5% X 4) + 400,000) / 48
         ซึ่งจะเท่ากับ        10,000   บาท
         รวมภาษี 7%          700     บาท
         เป็นค่างวด          10,700   บาท


    นตอนการจัดไฟแนนซ์/ ขอสินเชื่อเช่าซื้อ รถยนต์
    • ลูกค้าแจ้งยี่ห้อ รุ่น ปี รถที่ต้องการซื้อ/ต้องการนำมากู้  หรือส่ง Fax เล่มทะเบียนมาที่บริษัท เพื่อให้เจ้าหน้าที่สินเชื่อ ประเมินยอดจัดให้ ซึ่งโดยปรกติประมาณ 70-80% ของราคาซื้อขาย ซึ่งเมื่อลูกค้าตกลงที่จะจัด จะต้องเตรียมเอกสารของตนเองและคนค้ำประกันเพื่อทำสัญญาเช่าซื้อ
    • นัดเซ็นต์สัญญา และส่งมอบเอกสาร  ซึ่งลูกค้าสามารถเข้ามาทำสัญญาที่บริษัทหรือจะให้พนักงานไปเซ็นต์นอกสถานที่ ได้  หากไม่สะดวกในการเดินทางมาที่บริษัท ซึ่งเจ้าหน้าที่สินเชื่อจะขอถ่ายรูปรถ และลอกลายเลขเครื่อง เลขถัง เพื่อประกอบการทำสัญญาด้วย
    • รอผลการตรวจสอบ ประมาณ 2-3 วันทำการ
    • เจ้าหน้าที่สินเชื่อจะแจ้งผลการอนุมัติ เพื่อขอเล่มทะเบียนตัวจริงไปโอนที่ขนส่ง เมือโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์เป็นของบริษัทแล้ว บริษัทจะจ่ายเช็คให้ผู้ขายรถทันที
           แต่หากเป็นการโอนย้ายไฟแนนซ์ เล่มทะเบียนตัวจริงจะยังอยู่กับไฟแนนซ์เดิม หากเรื่องผ่านการอนุมัติ ทางบริษัทจะจ่ายเช็คให้กับไฟแนนซ์เดิม เพื่อปิดบัญชีให้ลูกค้าก่อน  แต่ลูกค้าจะต้องเซ็นต์ชุดโอนกรรมสิทธิ์ให้บริษัทเก็บไว้ เพื่อรอเล่มจากไฟแนนซ์เดิมมาโอนเข้าบริษัทในภายหลัง หากปิดบัญชีแล้วมีเงินเหลือ ลูกค้าจะได้รับเงินเลยในวันเดียวกันกับที่บริษัทไปปิดบัญชีไฟแนนซ์เดิมให้

    วันจันทร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

    3วิธีสร้างความสุขง่ายๆ


    ความสุขมักอยู่รอบตัวเราเสมอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ถ้าใจเราสุขทุกอย่างก็ตามมา บางครั้งความสุขอาจเป็นเรื่องง่าย ๆ ที่อยู่ใกล้กว่าที่คิดก็ได้ โดยที่คุณไม่ต้องไปมองหาจากที่ไหน คุณก็สามารถสร้างความสุขให้ตัวเองได้ ไม่ว่าจะเป็นดาราหรือใครหลายๆคนก็ตามถ้าปฏิบัติด้วยการทำตามวิธีเหล่านี้ ก็ส่งผลดีได้ 100%

    1. อย่ามองข้ามสิ่งดี ๆ ที่เข้ามา

              เป็นเรื่องง่ายที่จะมองแต่เรื่องแย่ ๆ ในชีวิตและลืมเรื่องดี ๆ ที่ผ่านเข้ามาอย่างรวดเร็ว แต่การทำแบบนั้นจะทำให้คุณจับจดกับความเครียดจนไม่มีความสุขซะเปล่า ๆ เพราะฉะนั้นควรพยายามใส่ใจเรื่องดี ๆ ให้มากกว่าเรื่องแย่ ๆ แม้จะเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ตาม ด้วยการจดบันทึกเฉพาะสิ่งดี ๆ ที่เกิดขึ้นทุกวัน พอกลับมาเปิดอ่าน จะได้ช่วยให้คุณรู้สึกมีกำลังใจมากขึ้น

    2. หาเวลาพักผ่อนให้ตัวเองด้วย

              ถ้าคุณรู้สึกเครียดหรือเบื่อหน่ายกับชีวิตแบบเดิม ๆ ก็ควรหาเวลาออกไปพักผ่อนคลายเครียดให้ตัวเองบ้าง จะได้ถือเป็นการให้รางวัลความพยายามของตัวเองอย่างหนึ่ง ด้วยการออกไปเที่ยวกับเพื่อน ๆ ในวันหยุด หรือลองไปทำสปาคลายเครียดดูบ้างก็ได้ คุณจะได้รู้สึกผ่อนคลาย พร้อมจะเริ่มต้นสัปดาห์ใหม่อย่างสดใสมากขึ้น

    3. ปรึกษาปัญหากับใครสักคน

              การเก็บปัญหาของคุณเอาไว้กับตัวเองคนเดียวไม่ได้ช่วยให้คุณเข้มแข็งขึ้น แต่จะเป็นการสะสมความเครียดให้คุณรู้สึกไม่มีความสุขเสียมากกว่า ดังนั้นคุณจึงควรมองหาใครสักคนที่ไว้ใจและพึ่งพาได้ เช่นเพื่อนหรือครอบครัวมาเป็นคนคอยรับฟังเวลาที่คุณเสียใจจะดีกว่า เพราะถึงแม้เขาจะไม่สามารถแก้ปัญหาหรือให้คำปรึกษาดี ๆ กับคุณได้ แต่การอยู่เคียงข้าง ไม่ให้คุณรู้สึกเหงา ก็เป็นกำลังใจที่ดีได้เหมือนกัน  

    วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

    อันตรายจากกลูต้าไธโอน


    เมื่อพูดถึงกลูต้าไธโอนในวงการผู้หญิงอยากขาวแม้กระทั่งดาราเองก็นิยมใช้กัน ซึ่งรู้จักกันอย่างแพร่หลาย แต่คุณรู้บ้างไหมว่าอันตรายจากกลูต้าไธโอนนั้นมีอะไรบ้าง มีผลข้างเขียงอย่างไรบ้าง หากว่าคุณคิดอยากจะมีผิวขาวสวยอมชมพูก็ต้องคิดกันสักนิดเพราะสิ่งเหล่านี้ ไม่อยู่ยั่งยืนคู่กับคุณไปจนแก่ นั้นมาดูอันตรายจากกลูต้าไธโอนและประโยชน์ของกลูต้าไธโอนกันค่ะ

    อันตรายจากกลูต้าไธโอน

    สารกลูต้าไธโอนเป็นโปรตีนที่ร่างกายเราสังเคราะห์ได้เองทำหน้าที่ปกป้อง เนื้อเยื่อของอวัยวะทุกส่วน โดยการต่อต้านอนุมูลอิสระที่สะสมอยู่ตามส่วนต่าง ๆ และกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกายช่วยตับขจัดสารพิษ โดยเฉพาะตัวยาหรือสารพิษที่ไม่ละลายน้ำ เช่น โลหะหนัก สารฆ่าแมลง เมื่อรวมตัวกับสารกลูต้าไธโอนจะช่วยให้ละลายน้ำได้และถูกกำจัดออกจากร่างกาย ช่วยปกป้องดีเอ็นเอของเซลล์ไม่ให้ถูกทำลายซึ่งเป็นการป้องกันการเกิดมะเร็ง นั่นเอง

    นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยพบว่า ผู้ที่อายุยืนยาวและมีสุขภาพแข็งแรงมักจะตรวจพบสารกลูต้าไธโอนปริมาณสูงใน กระแสเลือด ต่อมาวงการแพทย์ได้นำสารกลูต้าไธโอนมาใช้เป็นยารักษาโรคเกี่ยวกับระบบเส้น ประสาทบกพร่อง เช่น โรคตับ โรคไต พาร์กินสัน อัลไซเมอร์หรือโรคสมองเสื่อม โรคปลายเส้นประสาทอักเสบ มะเร็งกระเพาะ และมะเร็งต่อมลูกหมาก มานานกว่า 30 ปี โดยฉีดเข้าเส้นเลือดหรือกล้ามเนื้อ

    เนื่องจากร่างกายเราสร้างกลูต้าไธโอนได้เองเมื่อต้องเสริมกลูต้าไธโอนใน ปริมาณมากเพื่อมุ่งรักษาโรค จึงมีผลข้างเคียงโดยกลูต้าไธโอนมีฤทธิ์ไปยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนสซึ่งทำให้ เม็ดสีของผิวหนังเปลี่ยนจากสีน้ำตาลดำเป็นเม็ดสีชมพูขาวทำให้ผิวขาวขึ้นใน เวลาอันสั้น จึงเกิดการแตกตื่นและนำกลูต้าไธโอนมาเป็นอาหารเสริมเพื่อชะลอวัย และหวังผลให้ผิวขาวใสหรือผิวขาวอมชมพู


    กิน-ฉีดให้ขาว อันตรายถึงชีวิต


    ในความเป็นจริงยาเม็ดที่เป็นอาหารเสริมไม่มีผลให้ผิวขาว เพราะสารชนิดนี้ไม่สามารถดูดซึมและจะถูกขจัดออกจากร่างกายในที่สุด จึงได้มีการดัดแปลงนำมาผสมกับวิตามินซีแล้วฉีดเข้าเส้นเลือดหรือกล้ามเนื้อ ครั้งละ 600 มิลลิลิตร สัปดาห์ละครั้ง ราคา 4,000-5,000 บาท ติดต่อกัน 3-5 สัปดาห์ ผิวจะเริ่มขาวขึ้นหลังฉีดครั้งแรกประมาณ 1 เดือน หลังจากนั้น 2 เดือนผิวจะกลับมาเป็นสีเดิมจึงต้องฉีดซ้ำอยู่เป็นระยะ

    ต่อมาองค์การอาหารและยาได้ประกาศห้ามใช้กลูต้าไธโอนเพื่อช่วยผิวขาวแล้ว เนื่องจากกลูต้าไธโอนทั้งชนิดเม็ดและชนิดฉีดเพื่อมุ่งผิวขาวมีกลูต้าไธโอน สูงถึง 500-1,000 มิลลิกรัม ซึ่งมากกว่าปริมาณที่แพทย์อนุญาตให้ผู้ป่วยใช้ คือ ไม่เกิน 250 มิลลิกรัมต่อวันและอาจทำให้แพ้ยาจนช็อกถึงขึ้นเสียชีวิตเฉียบพลันหรือส่งผล ในระยะยาว เช่น สะสมในร่างกายส่งผลเสียต่อตับและไตได้ และทำให้เกิดโรคมะเร็งผิวหนังเนื่องจากผิวไวต่อแสงแดดเพราะเม็ดสีผิวถูก ทำลายเสริมกลูต้าไธโอนด้วยการกิน

    แม้การบริโภคกลูต้าไธโอนในปริมาณมากจะส่งผลเสียต่อร่างกาย แต่เมื่ออายุมากขึ้นหรือมีโรคแทรกซ้อนอาจทำให้ปริมาณกลูต้าไธโอนที่ร่างกาย ผลิตได้ลดลงทำให้ร่างกายขาดสารต้านอนุมูลอิสระ ผิวแห้งเหี่ยวเร็ว ไม่เปล่งปลั่ง แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ (ในกรณีที่ป่วย) หรือเลือกกินอาหารที่ช่วยกระตุ้นร่างกายให้สร้างกลูต้าไธโอนได้ดีขึ้น ได้แก่ ปลา เนื้อหมู เนื้อวัว นม ไข่ หน่อไม้ฝรั่ง ผักโขม มะเขือเทศ และผลไม้ เช่น แตงโม สตรอว์เบอร์รี่ องุ่น อะโวคาโด

    วันอังคารที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

    การพนัน

     


    การพนัน ( gambling ) หมายถึง การเล่นชนิดหนึ่งเพื่อเอาเงินหรือสิ่งอื่นใดด้วยการเสี่ยงโชค โดยการทำนายหรือคาดเดาผลที่เกิดขึ้นในอนาคต การพนันอาจแบ่งได้หลายอย่าง เช่น การพนันในการแข่งขัน ตัวอย่างเช่น เกมไพ่ เกมลูกเต๋า การพนันโดยการทำนายผลที่คาดว่าเกิดขึ้นในอนาคตเช่น การแทงบอล การแทงม้า และการพนันที่ไม่มีการแข่งขันโดยขึ้นกับความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ที่เกิด เช่น หวย
    การพนันกับปัญหาสังคมไทย     สังคมไทยมีความสัมพันธ์กับการพนันมาเป็นเวลานาน โดยการพนันเป็นส่วนหนึ่งของความบันเทิง รวมถึงการละเล่นของสังคมไทยเป็นเวลานาน เช่น มีการกำหนดให้การพนันเป็นสิ่งที่ถูกต้องตามกฎหมายขึ้นในสมัยกรุงรัตน โกสินทร์ตอนต้น ต่อมารัฐบาลปิดโรงหวยด้วยสาเหตุดังนี้
       -การพนันมีผลกระทบต่อสังคมสูง
       -ประชาชนมีความหมกมุ่น
       -ไม่ทำมาหากิน
       -หมดเนื้อหมดตัว, สิ้นเนื้อประดาตัว
       -อาชญากรรมมากขึ้น

           ในสมัยรัชกาลที่ 6 จึงมีการปิดบ่อนทั่วราชอาณาจักรไทย จากเหตุการณ์ข้างต้น แสดงว่า การพนันมีความเกี่ยวข้องกับสังคมไทย เป็นเวลานาน อย่างไรก็ดีแม้ปัจจุบันการพนันจึงกำหนดว่าเป็นสิ่งผิดกฎหมาย แต่การพนันยังไม่หมดจากสังคมไทย

            การพนันเป็นกิจกรรมที่คนทั่วโลกชื่นชอบ เพราะให้ทั้งความตื่นเต้นเร้าใจและยังอาจได้เงินมาอย่างง่ายๆด้วย การพนันจึงครอบงำจิตใจผู้ที่ความคิดอ่านยังไม่เติบโตพอที่จะรู้เท่าทันกับคำ ว่า."การพนัน" จากสถิติเกี่ยวกับการพนันที่น่าสนใจ การพนันที่นิยมเล่นในเด็กและวัยรุ่น อายุ 6-25 ปี พ.ศ.2548
         1.ไพ่ ร้อยละ 60
         2.พนันบอล/ผลกีฬา ร้อยละ 23
         3.หวยใต้ดิน/บนดิน ร้อยละ 8
         4.อื่นๆ ร้อยละ 9

    ความเชื่อเกี่ยวกับการพนัน        ปัจจุบันทุกคน มองโลกในแง่ร้าย โดยจะเห็นได้เลยว่า คนส่วนใหญ่ยังมีแนวคิดที่ผิดเกี่ยวกับการพนัน เพราะได้รับแต่เนื้อหาที่ไม่ดีเกี่ยวกับการพนัน แต่ทุกคนก็หนีการพนันไม่ได้ ชีวิตเราก็เป็นการพนันตลอดเวลาไม่ใช่หรือ เช่น ถามว่าตอนคุณสั่งข้าวกระเพาหมูกรอบในร้านที่คุณเพิ่งเคยซื้อเป็นครั้งแรกคุณ ไม่พนันในใจหรอว่าจะอร่อยมั้ย
    ดังนั้นลองไปคิดว่าทำไม ? มากกว่าการว่าการพนันไม่ดี ทำให้สุดท้ายแล้วชีวิตคุณจะไม่กล้าทำอะไรเลย ทั้งเรื่องงาน แฟน การเงิน เพราะคุณกลัวความเสี่ยง กลัวว่าจะต้องเสียมันไป

            ผมไม่รู้หรอกนะว่าบ่อนออนไลด์มันโกงหรือเปล่า ถ้าเป็นผมผมจะไม่คิดอย่างนั้น ผมจะคิดว่ามันผิดที่ผมเองที่ไปเล่นแบบไม่คิด
    มีทฤษฎีบอกไว้ว่าทำไมคนส่วนใหญ่เล่นการพนันไม่เคยชนะเจ้ามือ คือ
         1. ความน่าจะเป็น เพราะว่าเจ้ามือมีทุนเยอะมากเมื่อเทียบกับเรา ทำให้เราไม่สามารถยืนอยู่จนกระทั่งเราชนะได้ และที่เจ้ามือมีทุนเยอะมากก็เพราะว่า เขามีเงินมาก แล้วก็เขาเอาจากคนอื่นที่เสียมา เหมือน เวลาโยนเหรียญ ความน่าจะเป็น 50-50 หัวก้อย แต่ว่า หัวอาจจะออกติดกันสิบตาก็ได้ แต่ว่าในอนันต์ ความน่าจะเป็นจะเป็น 50-50 คนส่วนใหญ่จึงพลาดเพราะใช้ความรู้สึกในการคิด เช่น เหมือนหัวออกสามตา ตาที่สี่น่าจะเป็นก้อย ถ้าเข้าใจกฎของความน่าจะเป็นข้อนี้ จะทำให้เราเล่นการพนันแบบเข้าใจมากขึ้น
         2. mental accounting เพราะคนเราแบ่งแยกความสำคัญเงินไม่เท่ากัน เงินจากการทำงาน 1,000 บาท มีค่าไม่เท่ากับ เงินที่ได้จากเล่นไพ่ 1,000 บาท (ทั้งๆที่เป็นจำนวนเท่ากัน)
         3. house money มาจาก mental accounting อีกที ตรงที่ว่า พอเราได้เงินจากการพนันมา เราก็มักจะคิดว่า เรายังมีทุนเหลืออยู่ เลยเล่นไปเรื่อยๆ เหมือน คนที่ได้ไพ่ติดๆกัน คิดอยู่แค่ว่ายังไงเราก็ยังกำไรอยู่ และสุดท้าย ก็วนไปข้อ1 เพราะว่าเจ้ามือมีทุนเยอะกว่าเรา โอกาสในการชนะอยู่ในระยะยาว

    วันจันทร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

    สิ่งดีดี...ที่ได้จากการอ่าน


     ถ้าคุณเป็นอีกคนที่รักการอ่าน ไม่ว่าจะอ่านหนังสือเรียน สารคดี บทความ ข่าวสารต่างๆ  หรือแม้กระทั่งนิตยสารต่างๆในวงการบันเทิง คุณทราบหรือไม่ว่าคุณได้อะไรจากการอ่าน วันนี้เรานำประโยชน์ที่ได้จากการอ่านมาบอกค่ะ สำหรับคนที่ไม่ชอบการอ่าน ก็ลองมาดูประโยชน์ของมันกันนะค่ะ อาจจะทำให้คุณกลายมาคนที่รักการอ่านก็ได้ค่ะ

    ๑)  ทำให้มีความรู้ในวิชาการด้านต่าง ๆ
             อาจเป็นความรู้ทั่วไป หรือความรู้เฉพาะด้านก็ได้ เช่น การอ่านตำราแขนงต่าง ๆ หนังสือคู่มือ หนังสืออ่านประกอบในแขนงวิชาต่าง ๆ เป็นต้น

    ๒)  ทำให้รอบรู้ทันโลก ทันเหตุการณ์
              การอ่านหนังสือพิมพ์การอ่านจากสื่อสารสนเทศต่าง ๆ ในสังคมทั้งภายในและภายนอกประเทศแล้ว ยังจะได้ทราบข่าวกีฬา ข่าวบันเทิง บทความวิจารณ์ ตลอดจนการโฆษณาสินค้าต่าง ๆ อีกด้วย ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปรับความเป็นอยู่ให้เหมาะสมสอดคล้องกับสภาพ สังคมของตนในขณะนั้น ๆ
    ๓)  ทำให้ค้นหาคำตอบที่ต้องการได้
              
    การอ่านหนังสือจะช่วยตอบคำถามที่เราข้องใจ สงสัย ต้องการรู้ได้ เช่น อ่านพจนานุกรมเพื่อหาความหมายของคำ อ่านหนังสือกฎหมายเมื่อต้องการรู้ข้อปฏิบัติ อ่านหนังสือคู่มือแนะวิธีเรียนเพื่อต้องการประสบความสำเร็จในการเรียน เป็นต้น
    ๔)  ทำให้เกิดความเพลิดเพลิน
              การอ่านหนังสือที่มีเนื้อหาดี น่าอ่าน
      น่าสนใจ ย่อมทำให้ผู้อ่านมีความสุข ความเพลิดเพลิน เกิดอารมณ์คล้อยตามอารมณ์ของเรื่องนั้น ๆ ผ่อนคลายความตึงเครียด ได้ข้อคิด และยังเป็นการยกระดับจิตใจผู้อ่านให้สูงขึ้นได้อีกด้วย
    ๕)  ทำให้เกิดทักษะและพัฒนาการในการอ่าน
              ผู้ที่อ่านหนังสือสม่ำเสมอย่อมเกิดความชำนาญในการอ่าน สามารถอ่านได้เร็ว เข้าใจเรื่องราวที่อ่านได้ง่าย จับใจความได้ถูกต้อง เข้าใจประเด็นสำคัญของเรื่อง และสามารถประเมินคุณค่าเรื่องที่อ่านได้อย่างสมเหตุสมผล
    ๖)  ทำให้ชีวิตมีพัฒนาการเป็นชีวิตที่สมบูรณ์
              ผู้อ่านมากย่อมรู้เรื่องราวต่าง ๆ มาก เกิดความรู้ความคิดที่หลากหลายกว้างไกล สามารถนำมาเป็นแนวทางในการประพฤติปฏิบัติตนให้ชีวิตมีคุณค่า และมีระเบียบแบบแผนที่ดียิ่งขึ้น
    ๗)  ทำให้เป็นผู้มีมนุษยสัมพันธ์ดีและเสริมสร้างบุคลิกภาพ
              ผ่านมากย่อมรอบรู้มาก มีข้อมูลต่างๆ สั่งสมไว้มาก เมื่อสนทนากับผู้อื่นย่อมมีความมั่นใจไม่ขัดเขินเพราะมีภูมิรู้ สามารถถ่ายทอดความรู้ให้คำแนะนำแก่ผู้อื่นในทางที่ก่อให้เกิดประโยชน์ได้ ผู้รอบรู้จึงมักได้รับการยอมรับและเป็นที่เชื่อถือจากผู้อื่น